เป็นแกงเผ็ดกะทิที่มาจากภายในพระราชวัง ต่อมาได้แพร่หลายมาสู่บ้านสามัญชน แต่ก็หาคนทำกันได้น้อย เพราะวัตถุดิบทุกอย่าง จะต้องสด ใหม่ ปราณีตทุกขั้นตอน รสชาติจะออกหวานนำ เค็มตาม แต่จะไม่จัดมากจนเกินไป

ส่วนผสมพริกแกงเผ็ด

  • ลูกผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
  • ยี่หร่า 1 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวเม็ด 5 เม็ด
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ 5 เม็ด
  • ดอกเกลือ 1 ช้อนชา
  • ข่าเเก่หั่นละเอียด 1 1/2 ช้อนชา
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
  • รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
  • กระเทียมไทยเเกะเปลือก 10 กลีบ
  • หอมแดงซอย 5 หัว
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. นำลูกผักชี ยี่หร่า ไปคั่วด้วยไฟอ่อน จนส่งกลิ่นหอม และนำไปโขลกให้ละเอียด พักไว้
  2. นำพริกแห้งมาล้างทำความสะอาด ผ่าเอาเมล็ดออก ตัดเป็นท่อนแช่น้ำ
  3. นำพริกแห้งที่แช่น้ำไว้จนนิ่ม มาโขลกกับดอกเกลือ พริกไทยขาวเม็ดให้ละเอียด
  4. ใส่ข่าแก่หั่น ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูด รากผักชี โขลกทุกอย่างให้แหลกเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. ใส่กระเทียมไทยแกะเปลือก หอยแดงซอย จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน 
  6. ใส่กะปิ ลูกผักชี ยี่หร่าที่ตำไว้แล้ว โขลกจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ส่วนผสมแกง

  • กระเทียมไทยแกะเปลือก 2 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชีซอย 2 ราก
  • พริกไทยขาวเม็ด 1/2 ช้อนชา
  • หมูสับติดมัน 300 กรัม
  • พริกหยวก 7-8 เม็ด
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูดซอยและพริกชี้สีฟ้าแดงหั่นเส้นสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. นำพริกหยวกมาล้างทำความสะอาด ผ่าตามยาว ควักส่วนไส้ออก ปล่อยไว้ให้แป้ง
  2. ตำรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาวเม็ดให้ละเอียด นำหมูสับติดมันไปคลุกให้เข้ากัน แล้วนำไปยัดใส่ในพริกหยวก
  3. ตั้งไฟให้เดือด นำพริกหยวกยัดไส้หมูไปนึ่งจนสุก
  4. แบ่งหัวกะทิ 1/2 ถ้วย ตั้งกะทะใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอม จนกะทิแตกมัน 
  5. ใส่กะทิที่เหลือจนหมด ตามด้วยพริกหยวกนึ่ง ตั้งไฟต่อจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา  ปิดไฟ
  6. ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดงหั่นให้สวยงาม

ด้วยกรรมวิธีที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ตั้งแต่การเตรียมเครื่องแกง โขลกเครื่องแกง มีกลเม็ดเคล็ดลับอีกมากมาย จึงทำให้แกงชนิดนี้หาทานกันไม่ได้อีกแล้วตามร้านอาหารทั่วไป

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *