แกงเลียงเป็นแกงน้ำใสที่มีรสเผ็ดร้อน จากพริกไทย จึงน่าจะเป็นแกงโบราณของไทย ก่อนที่ไทยจะได้รับอิทธิพลของพริกมาจากชาวโปรตุเกสที่เข้าในสมัยอยุธยา ผักที่ใช้เป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกริมรั้ว ทั้งหมด เช่น ฟักทอง บวบ ต้าลึง ใบแมงลัก และใส่กุ้งแห้งเพื่อให้มีรสหวานอร่อย คุณค่าทางโภชนาการ 

แกงเลียงจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีรสเผ็ดร้อนจากพริกไทย ที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ฟักทองมีวิตามินเอช่วยบ้ารุงสายตา ตำลึงมีเบต้าแคโรทีนสูงช่วยก้าจัดอนุมูล อิสระ บวบมีใยอาหารสูงและช่วยบ้ารุงน้านม ใบแมงลักมีธาตุเหล็กสูง ช่วยบรรเทาอาการหวัด และแก้วิงเวียน ศีรษะ โปรตีนได้จากกุ้งแห้งและเนื้อกุ้งสด

ส่วนผสม

  • กุ้งสดขนาดกลาง 350 กรัม
  • ข้าวโพดอ่อนหั่นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  • บวบปอกเปลือกหั่นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  • ฟักทองปอกเปลือกหั่นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  • เห็ดฟางปอกหั่น 1 ถ้วยตวง
  • ใบแมงลัก ½ ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมพริกแกงเลียง

  • พริกไทยเม็ด 15 เม็ด
  • พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
  • หอมแดง 12 ลูก
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้ง ½ ถ้วยตวง

วิธีการทำ

  1. เริ่มจากโขลกพริกแกง นำพริกไทยเม็ดมาโขลกให้แหลก ใส่ตามด้วยกุ้งแห้ง พอแหลกแล้วใส่พริกขี้หนูสวน หอมแดง กะปิลงไปโขลกให้เข้ากัน
  2. นำกุ้งสดมาทำความสะอาดแกะเปลือกและหัวกุ้งออก ผ่าหลังดึงเส้นดำพักไว้
  3. นำเปลือกกุ้งมาต้มในน้ำให้เดือด แล้วกรองเอาเปลือกกุ้งออกเป็นน้ำสต็อก
  4. นำน้ำสต็อกมาตั้งไฟ ใส่พริกแกงเลียงที่โขลกไว้ ใส่ฟักทอง
  5. ต้มให้เดือนพอฟักทองชิ้นเริ่มใส ใส่ข้าวโพดอ่อน บวบ เห็ดฟาง ต้มจนเดือดปรุงรสด้วยน้ำปลา
  6. ใส่กุ้งพอกุ้งใกล้สุก ใส่ใบแมงลัก คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *