1. วิธีเก็บไข่สด
หากเปลือกไข่สกปรกควรเช็ดทำความสะอาดก่อน แต่ไม่ควรล้างน้ำเพราะจะทำให้ไข่เสียเร็ว ควรเอาด้านที่ป้านขึ้นและด้านแหลมลง ไข่แดงจะได้ลอยอยู่กลาง ๆ ไข่ เวลาตอกไข่แดงจะได้ไม่แตก ถ้าเก็บไว้อุณหภูมิห้อง ไม่เอาเข้าตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 7-10 วัน แต่ถ้าเอาเข้าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุได้ ประมาณ 14-30 วัน
2. วิธีเก็บปลาย่างแช่แข็งและปลาสด
ถ้าแช่แข็งมาแล้วก็แช่แข็งต่อได้ค่ะ แต่ระวังอย่าให้เสียอุณหภูมิระหว่างการเดินทาง ส่วนปลาสดก็ทำความสะอาดแล้วแบ่งเก็บเหมือนเนื้อสัตว์อื่น ส่วนอายุการเก็บนั้น ถ้าอยู่ในช่องแช่แข็ง -12 องศาเซลเซียส ถึง -18 องศาเซลเซียส อยู่ได้ถึง 6 เดือนค่ะ
3. วิธีเก็บไก่สดและไก่แช่แข็ง
ถ้าซื้อไก่สดมาควรแบ่งไว้สำหรับทำอาหารในแต่ละมื้อและเก็บใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะ เพราะเมื่อเอาออกมาแล้วควรใช้ให้หมดไปเลย และเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วัน สำหรับไก่สดที่นำไปแช่แข็งสามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าซื้อไก่แช่แข็งมาเลยก็สามารถแช่แข็งได้ตามอายุ

Read More

เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวหน้านวล

  • ข้าวเหนียว สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูจากเชียงราย เป็น ข้าวเหนียวใหม่ เนื่องจาก ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องเละหน่อย ข้าวเป็นก้อน ไม่แข็งเกินไป นำกะทิราดหน้าเนื้อเนียน
  • กะทิ ที่ใช้สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องให้น้ำกะทิคั้นสดๆ น้ำกะทิ ต้องปรุงรสใส่เกลือ เพื่อลดความมัน และ เพิ่มความกลมกล่อมให้กับกะทิ สำหรับ ข้าวเหนียวหน้านวล กะทิต้องผสมแป้ง เพื่อให้ กะทิเซ็ดตัวบนข้าวเหนียวนึ่ง
  • ถั่วดำ ให้ คัดเอาถั่วเสียออกก่อนนำมาทำขนม โดย วิธีคัดถั่วดำ ให้นำไปแช่น้ำ ถั่วดำที่เสียจะลอยน้ำ ถั่วดำที่เสียจะทำให้รสชาติอาหารเสีย ให้เอาออก อย่าเสียดาย
  • การแต่งหน้าข้าวเหนียวหน้านวล สามารถให้อะไรก็ได้ตามใจชอย เป็น ขนมไทย ที่มีรสหวาน แต่ ทองหยิบ ทองหยอด เหมาะสำหรับแต่งหน้า ขนมหน้านวล

Read More

ทำไมกล้วยน้ำว้าเชื่อมถึงมีสีแดง

การที่กล้วยน้ำว่าเชื่อมเป็นสีแดงนั้นเกิดจากปฏิกริยาทางเคมีของกล้วยน้ำว้ากับความร้อน ตัวกล้วยน้ำว้ามีความเป็นกรด และมีสารพิเศษตัวหนึ่งชื่อว่า “condensed tannin” สารตัวนี้ให้รสฝาดนั่นเอง เมื่อเจ้าสารแทนนินตัวนี้อยู่ในสภาวะกรดที่ร้อนนานๆ ก็จะเกิด tannin red ให้สีแดงในกล้วยน้ำว้าเชื่อม ยิ่งอุณหภูมิสูงมากและเวลาเชื่อมนานขึ้น กล้วยน้ำว้าเชื่อมจะยิ่งแดงเข้มมากขึ้นการที่กล้วยไข่เชื่อมไม่แดงเพราะกล้วยไข่มีแทนนินน้อยมากหรือไม่มีนั่นเอง

เคล็ดลับ
1. เลือกกล้วยน้ำว้าที่ห่าม แบบที่ยังเขียวๆเหลืองๆ เพราะมีสารแทนนินสูงกว่าแบบสุก กล้วยดิบมีแทนนินสูงกว่ากล้วยห่ามจริง แต่มีความเป็นกรดน้อย เวลาปอกเปลือกก็ลำบากและเชื่อมแล้วเนื้อแข็งไป ส่วนกล้วยสุกมากแล้วมีแทนนินในปริมาณที่น้อย เอาไปเชื่อมนอกจะไม่แดงมากแล้วยังเละด้วย แต่กล้วยที่เลยห่ามมาทางสุกหน่อยๆยังเชื่อมให้แดงและอร่อยได้นะคะ โดยนำไปแช่ในน้ำปูนใสเพื่อให้กล้วยไม่เละตอนเชื่อม

2. พันธุ์กล้วยน้ำว้า แม้ว่าสามารถนำมาเชื่อมได้ทุกพันธุ์แต่จะมีบางพันธุ์เอามาเชื่อมแล้วสวยและอร่อยกว่า พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมคือ “กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง” เช่น พันธุ์นวลจันทร์ เพราะไส้กล้วยมีความแข็ง เชื่อมแล้วไม่เละง่าย

Read More

 การใช้น้ำตาลประกอบด้วยการเชื่อมการกวนการแช่อิ่มการทำแยม
เป็นการถนอมอาหารโดยการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ช่วยทำให้เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย ซึ่งมีหลายวิธี ดังนี้

1. การเชื่อมการใช้น้ำและน้ำตาลใส่ภาชนะตั้งไฟเคี่ยวให้น้ำตาลละลายเหนียวจนเป็นน้ำเชื่อมก่อน จากนั้นจึงใส่อาหารลงเคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน ๆ จนอาหารนั้นอิ่มชุ่มด้วยน้ำเชื่อม อาหารที่นิยมนำมาเชื่อม ได้แก่ กล้วย เผือก มัน มะยม ฟักทอง เป็นต้น การเชื่อมแบ่งออกได้ 3 วิธี ได้แก่

  • การเชื่อมแบบธรรมดา จะใช้น้ำตาลไปคลุกเคล้าหรือผสมในอาหารที่ต้องการ เพื่อให้น้ำตาลไปยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร ทำให้อาหารยังคงสภาพอยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย เช่น ลูกตาลเชื่อม กล้วยเชื่อม เป็นต้น
  • การเชื่อมแบบแช่อิ่ม การนำเอาผักหรือผลไม้ไปแช่ในน้ำเชื่อม เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่ผักหรือผลไม้ จนกระทั่งเกิดการอิ่มตัว แล้วจึงเอาผักหรือผลไม้ลงแช่ ปรับเพิ่มความเข้มข้นตามความต้องการ ผลไม้ที่นิยมนำมาแช่อิ่ม เช่น มะม่วง มะขาม มะกอก มะยม เป็นต้น
  • การเชื่อมโดยการฉาบ เคี่ยวน้ำตาลให้เป็นน้ำเชื่อมจนเป็นเกล็ด แล้วเทลงผสมคลุกเคล้ากับของที่ทอดไว้ ทิ้งไว้ให้เย็นจนน้ำเชื่อมเกาะเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิวอาหารที่ฉาบ นิยมใช้กับผักหรือผลไม้ เช่น เผือกทอด มันทอด กล้วยทอด เป็นต้น

Read More

เคล็ดลับการทำขนมกล้วย

กล้วย สำหรับนำมาทำขนมเมนูนี้ ต้องเลือกใช้ กล้วยสุก กล้วยสุก เนื้อกล้วยจะอ่อน เละง่าย ให้รสหวาน
มะพร้าวขูด ให้นำไปนึ่งก่อน เนื่องจากมะพร้าวนึ่ง จะทำให้เนื้อมะพร้าวไม่เสียง่าย
การผสมแป้ง สำหรับนำมาทำขนม ต้องเป็นส่วนผสมของ แป้ง 3 ชนิด คือ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า และ แป้งท้าวยายม้อม การผสมแป้งนั้น เป็นขั้นตอนสำคัญ หาก แป้งข้าวจ้าว มากเกินไป ขนมจะไม่จับตัว และ แตกง่าย หากแป้งมันมากเกินไป ขนมจะไม่เป็นก้อน จะเละ หากแป้งท้าวยายม้อมมากไป จะทำให้ขนมไม่นิ่ม
กะทิ สำหรับนำมาทำขนมหวาน ให้ใช้น้ำกะทิคั้นสด น้ำกะทิที่คั้นสดๆ จะให้ความหวานหอม และ มันแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับนำมาทำขนม
ขนมกล้วย เป็น ขนมไทยยอดนิยม ที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ มักจะขายในร้านขนนมไทย ทานคู่กับ ขนมมันสำปะหลังเชื่อม และ ขนมฟักทอง ขนมชนิดนี้ ทำจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมี กล้วยน้ำว้าสุกงอม แป้งข้าวเจ้า และ น้ำตาลทราย นำมาคลุกเคล้าและนวดให้เข้ากัน

Read More

จาวตาล
เกิดจากผลแก่จัดของต้นตาลตัวเมีย เมื่อผลหล่นลงมาชาวบ้านจะเก็บรวบรวมกองไว้ ต่อมาเมล็ดตาล (จากผลตาล)จะแทงส่วนที่คล้ายรากงอกออกมาลงสู่พื้นดิน เรียกว่า “งอกตาล” ส่วนปลายของงอกตาลมีคัพภะที่จะกลายเป็นต้นอ่อนของต้นตาลซึ่งจะเจริญเติบโตขึ้นและค่อย ๆ แทงยอดขึ้นมาตาม “งอกตาล” จนโผล่พ้นดินขึ้นมาและเจริญเติบโตเป็นต้นตาลต่อไป อนึ่ง “งอกตาล” นั้นไม่ใช่ราก มันทำหน้าที่ส่งคัพภะลงไปในดินและต่อมาทำหน้าที่เป็นปลอกหุ้มยอดอ่อน แล้วก็เปื่อยสลายไปภายในเวลาไม่นานนัก ส่วนรากที่แท้จริงจะออกจากฐานต้นอ่อนที่เจริญมาจากส่วนปลายของ “งอกตาล” อีกต่อหนึ่ง
จาวตาลนิยมนำไปเชื่อมรับประทานเป็นของหวาน ในการนี้ จะต้องใช้ความชำนาญผ่าเอาเปลือกแข็งชั้นนอก ซึ่งเปรียบเสมือนกะลามะพร้าวออกก่อน จากนั้นจะต้องผ่าเอาเปลือกชั้นรอง คือส่วนที่เป็นน้ำเพื่อขัดผิวนอกด้วยใบไผ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ใบซอ เพื่อให้เมือกหรือไคลหมดไปจนขาวสะอาด เมื่อสะเด็ดน้ำแล้ว นำลงกระทะทองเหลืองเชื่อมกับน้ำตาลทราย ต่อไปก็จะได้ “จาวตาลเชื่อม” หรือนิยมเรียกกันว่า “ลูกตาลเชื่อม”

Read More

จอแหร้งเป็นเมนูอาหารโบราณพื้นบ้านจากจังหวัดพังงา หารับประทานได้ยากในยุคปัจจุบัน ลักษณะคล้ายหลนปู เป็นการทำต้มกะทิกุ้งและตระไคร้ เป็นของชาวใต้ แถบพังงา ตะกั่วป่า เรียกว่าภาษาท้องถิ่น “จอแลง” ทั้งนี้กุ้งที่นำมาใช้จะเป็นกุ้งสดต้มกะทิใส่ตระไคร้ซอยบางๆ ในปริมาณที่เยอะมากและขมิ้นปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะขามเปียกและใส่น้ำตาล น้ำปลา

วัตถุดิบ
กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง 200 กรัม
กะทิ 500 มิลลิลิตร
ตะไคร้ซอย 50 กรัม
หอมแดงซอย 50 กรัม
พริกขี้หนู 30 กรัม
ขมิ้น 20 กรัม
ใบมะกรูดฉีก 15 กรัม
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าปลา 2 ช้อนชา
นํ้าตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าสีแดงซอยสำหรับตกแต่ง

Read More

ล้างผักผลไม้
ผักและผลไม้สดที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีสารพิษจากยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ รวมไปถึงเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และสารโลหะหนักอื่น ๆ ที่ปะปนมากับผักผลและไม้ ซึ่งสารเหล่านี้จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน สารพิษเหล่านี้จะเกาะกับผิวบางส่วนและแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อของผักผลไม้ ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราไม่สามารถมองเห็นสารพิษที่ติดมากับผักและผลไม้

โรคที่มาพร้อมกับผักและผลไม้ที่ปนเปื้อนสารพิษจะมีทั้งโรคชนิดที่เกิดแบบเฉียบพลันและโรคเรื้อรัง อาการเฉียบพลัน เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด หายใจไม่ออก ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นไข้ ตัวชา หรือแม้แต่หมดสติไป หรือที่เรียกว่า “อาหารเป็นพิษ” ส่วนโรคเรื้อรังของการได้รับสารพิษที่มาจากผักและผลไม้ ส่วนมากจะมาจากการได้รับสารจากยาฆ่าแมลง เช่น ทำให้เกิดโรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคกระเพาะอาหาร การเจริญเติบโตที่ผิดปกติในเด็กและทำให้เกิดความเครียด เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจการในการรับประทานผักผลไม้อย่างปลอดภัย ก่อนนำไปรับประทานหรือปรุงอาหารต้องนำมาล้างให้สะอาดเสียก่อน ซึ่งในปัจจุบันก็มีวิธีการล้างผักอยู่หลายวิธีเพื่อช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างที่มากกับผักผลไม้ให้มีปริมาณลดน้อยลง แต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะใช้วิธีใดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นหลัก

Read More

เคล็ดลับความอร่อยของขนมถั่วทอง

  • การเลือกซื้อถั่ว ที่นำมาทำให้เลือกถั่วที่ไม่มีมอดกิน สังเหตุจากถั่วจะไม่มีรอบคราบสีขาวในตัวถั่ว
  • การล้างถั่ว ต้องล้างให้สะอาด ล้างหลายๆครั้ง จนน้ำที่ล้างถั่วใส แสดงว่าสะอาดแล้ว การล้างถั่วให้สะอาด จะช่วยให้ถั่วที่นำมา ทำให้ขนมไม่มีกลิ่นหืน
  • แช่ถั่วในน้ำ 3 ชั่วโมง ช่วยให้เนื้อถั่วนิ่ม อมน้ำ เวลานำไปนึ่งจะสุกง่าย หากต้องการให้เร็วขึ้น ก็ใช้น้ำอุ่นจะช่วยรุ่นเวลาให้เร็วขึ้น
  • น้ำตาล ที่ใช้ในการกวน แนะนำให้ใช้ น้ำตาลปี๊บ จะให้ความหวานแบบหอมธรรมชาติ อร่อยก่วาการ น้ำตาลทราย
  • ความอร่อยของขนมชนิดนี้ นอกจากเนื้อถั่วที่เนียนแล้ว ความหอมของขนมจะ ช่วยเพิ่มความอร่อยของขนมให้มากขึ้นใช้การอบควันเทียน
  • ให้ใช้ผ้าหมาดๆคลุมขนมไว้ ไม่ให้โดนลม จะทำให้ขนมไม่แห้ง น่ารับประทาน

Read More

เจ้าของสูตรเนื้อเค็มต้มกะทิ คือหม่อมเรณี กาญจนมงคล เป็นลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน เพราะมีคุณพ่อเป็นชาวอิตาเลียน ที่มารับราชการเป็นครูสอนดนตรี(แตรวง) ที่กองดุริยางค์ทหารเรือ หม่อมเรณี กาญจนมงคลเคยเป็นชายาใน มหาอำมาตย์ตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ กรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส พระราชโอรสองค์ที่ 51 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาโหมด และมีพระเชษฐาร่วมเจ้าจอมมารดา คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หม่อมเรณี กาญจนมงคลพำนักอยู่ในวังตลอด และจะชอบเข้าไปคลุกคลีอยู่ในห้องเครื่อง ด้วยความชอบทำอาหาร จึงได้เรียนรู้เรื่องอาหารการครัวมาเยอะ

Read More