ส่วนผสมน้ำกะทิ
1. หัวกะทิ 500 มล.
2. น้ำตาลปิ๊บ 500 กรัม
3. เกลือ1/2 ช้อนชา
4. เทียนสำหรับอบน้ำกะทิ

ส่วนผสมตัวลอดช่อง
1.  แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
2.  แป้งมัน 25 กรัม
3.  ใบเตย 50 ใบ
4.  น้ำปูนใส 2 ลิตร
5.  วิธีการทำน้ำปูนใส ปูน 15 กรัม / น้ำ 3 ลิตร แช่ไว้ 1 อาทิตย์ ( ที่แช่ไว้นานเพราะจะทำให้ไม่มีกลิ่นของปูน) แต่ตักมาใช้แค่ 2 ลิตร

Read More

ส่วนผสมข้าวเหนียว

* ข้าวเหนียวดำ 300 กรัม
* กะทิ 100 มล
* น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* สารส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมหน้าขนุน
* เนื้อขนุนสุกงอม 100 กรัม
* น้ำตาลทราย  1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ล้างข้าวเหนียวดำให้สะอาด ขัดด้วยสารส้มให้ทั่ว เทน้ำสารส้มทิ้งไว้ ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด แช่ข้าวเหนียวไว้ 1 คืน
2. นึ่งข้าวเหนียวจนสุก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
3. นำน้ำกะทิใส่หม้อ ใส่น้ำตาลทราย เกลือแกง คนให้เข้ากันให้น้ำตาลกับเกลือละลาย รอเดือดยกลง

Read More

ส่วนผสมตัวขนม
* แป้งถั่วเขียว 70 กรัม
* แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนชา
* น้ำตาลทราย 165 กรัม
* น้ำลอยดอกมะลิ 600 กรัม
* น้ำใบเตยเข้มข้น 20 กรัม
* เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
 
ส่วนผสมหน้ากะทิ
* แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
* แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
* เกลือป่น 1 + 1/4 ช้อนชา
* น้ำตาลทราย 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ
* กะทิ 225 กรัม
* ถั่วเขียวอบเกลือ (ตามชอบ)

Read More

ขนมดอกจอก
ขนมของว่างที่เป็นที่ชื่นชอบ เพราะหอม หวาน ทานง่าย อีกทั้งยังรูปทรงน่ารัก สวยงาม วิธีทำก็ไม่ยากเกินไป

ส่วนผสม
– แป้งข้าวเจ้า 225 กรัม
– แป้งมัน 75 กรัม
– น้ำตาลทราย 80 กรัม
– เกลือ 1 ช้อนชา
– น้ำปูนใส 115 มิลลิลิตร
– หัวกะทิ 225 มิลลิลิตร
– ไข่ไก่ 2 ฟอง
– งาดำ

Read More

ขนมวงเป็นขนมไทยแท้พื้นถิ่นของชาวล้านนา นั่นก็หมายถึง จังหวัดแถบภาคเหนือตอนบน แต่คงจะอร่อยและเป็นที่นิยมมากจึงแพร่กระจายลงไปแถบภาคเหนือตอนล่างอย่างเช่น พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และอื่นๆ ด้วย ถ้าใครมาแถบทางภาคเหนือตั้งแต่นครสวรรค์ขึ้นไป ก็เป็นอันว่า คงจะหาทานกันได้ในทุกท้องที่ บางครั้งชาวบ้านทางเหนือก็เรียก “ขนมวง” นี้ว่า “เข้าหนมวง” ส่วนไอ้คำว่า “เข้าหนม” หรือ “ข้าวหนม” เนี่ย ก็คือ ข้าวหวาน ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ข้าวหวาน” กับ “ข้าวนม” จากการผสมกันของข้าวกับน้ำอ้อย หรือ น้ำตาล พอชาวบ้านพูดคำว่า “ข้าวหนม” ไปบ่อยๆ จึงเพี้ยนกลายเป็น “ขนม” ในที่สุด

ส่วนผสมแป้งขนม
* แป้งข้าวเหนียว 1+1/2 ถ้วย
* แป้งข้าวจ้าว ½ ถ้วย
* กะทิ ¾ ถ้วย
* ไข่ไก่ 1 ฟอง
* น้ำมันมะพร้าว 2 ชต. (หรือน้ำมันพืช)
* เกลือ 1/2 ชช.
* น้ำตาลมะพร้าว 1 ชต.
* น้ำมันสำหรับทอด

Read More

ส่วนผสม
* กะทิ 520 กรัม
* แป้งข้าวเจ้า 235 กรัม
* น้ำตาลทรายขาว 275 กรัม
* เนื้อลูกตาล 170 กรัม
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* ผงฟู (ดูวิธีใส่ในขั้นตอนทำขนม)
* มะพร้าวทึนทึกขูด

วิธีทำ
1. เราเริ่มจากเลือกลูกตาลที่สุกเต็มที่ กลิ่นหอมจัด
2. นำลูกตาลปอกเปลือกสีดำออกก่อน แล้วนำไปแช่น้ำให้เนื้อนิ่มก่อน
3. จากนั้นนำไปขูดเอาเนื้อตาล (อาจจะใช้ขูดกับก้นตะกร้าหรือภาชนะอย่างอื่นก็ได้ตามสะดวก)
4. ขูดนวด คั้น จนได้เนื้อตาลตามต้องการ
5. ควรกรองเศษกากเส้นใยตาลออกก่อน 1 รอบ
6. จากนั้นนำไปห่อด้วยผ้าขาว เพื่อทับน้ำให้หยดออกหมดก่อน
7. เอาเฉพาะเนื้อตาลสีเหลืองสวยๆ หอมๆ แบบนี้ค่ะ
8. เนื้อตาลที่ทับน้ำออก สามารถเก็บในตู้เย็นใช้ได้นานเป็นเดือน

Read More

เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวหน้านวล

  • ข้าวเหนียว สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูจากเชียงราย เป็น ข้าวเหนียวใหม่ เนื่องจาก ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องเละหน่อย ข้าวเป็นก้อน ไม่แข็งเกินไป นำกะทิราดหน้าเนื้อเนียน
  • กะทิ ที่ใช้สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องให้น้ำกะทิคั้นสดๆ น้ำกะทิ ต้องปรุงรสใส่เกลือ เพื่อลดความมัน และ เพิ่มความกลมกล่อมให้กับกะทิ สำหรับ ข้าวเหนียวหน้านวล กะทิต้องผสมแป้ง เพื่อให้ กะทิเซ็ดตัวบนข้าวเหนียวนึ่ง
  • ถั่วดำ ให้ คัดเอาถั่วเสียออกก่อนนำมาทำขนม โดย วิธีคัดถั่วดำ ให้นำไปแช่น้ำ ถั่วดำที่เสียจะลอยน้ำ ถั่วดำที่เสียจะทำให้รสชาติอาหารเสีย ให้เอาออก อย่าเสียดาย
  • การแต่งหน้าข้าวเหนียวหน้านวล สามารถให้อะไรก็ได้ตามใจชอย เป็น ขนมไทย ที่มีรสหวาน แต่ ทองหยิบ ทองหยอด เหมาะสำหรับแต่งหน้า ขนมหน้านวล

Read More

ทำไมกล้วยน้ำว้าเชื่อมถึงมีสีแดง

การที่กล้วยน้ำว่าเชื่อมเป็นสีแดงนั้นเกิดจากปฏิกริยาทางเคมีของกล้วยน้ำว้ากับความร้อน ตัวกล้วยน้ำว้ามีความเป็นกรด และมีสารพิเศษตัวหนึ่งชื่อว่า “condensed tannin” สารตัวนี้ให้รสฝาดนั่นเอง เมื่อเจ้าสารแทนนินตัวนี้อยู่ในสภาวะกรดที่ร้อนนานๆ ก็จะเกิด tannin red ให้สีแดงในกล้วยน้ำว้าเชื่อม ยิ่งอุณหภูมิสูงมากและเวลาเชื่อมนานขึ้น กล้วยน้ำว้าเชื่อมจะยิ่งแดงเข้มมากขึ้นการที่กล้วยไข่เชื่อมไม่แดงเพราะกล้วยไข่มีแทนนินน้อยมากหรือไม่มีนั่นเอง

เคล็ดลับ
1. เลือกกล้วยน้ำว้าที่ห่าม แบบที่ยังเขียวๆเหลืองๆ เพราะมีสารแทนนินสูงกว่าแบบสุก กล้วยดิบมีแทนนินสูงกว่ากล้วยห่ามจริง แต่มีความเป็นกรดน้อย เวลาปอกเปลือกก็ลำบากและเชื่อมแล้วเนื้อแข็งไป ส่วนกล้วยสุกมากแล้วมีแทนนินในปริมาณที่น้อย เอาไปเชื่อมนอกจะไม่แดงมากแล้วยังเละด้วย แต่กล้วยที่เลยห่ามมาทางสุกหน่อยๆยังเชื่อมให้แดงและอร่อยได้นะคะ โดยนำไปแช่ในน้ำปูนใสเพื่อให้กล้วยไม่เละตอนเชื่อม

2. พันธุ์กล้วยน้ำว้า แม้ว่าสามารถนำมาเชื่อมได้ทุกพันธุ์แต่จะมีบางพันธุ์เอามาเชื่อมแล้วสวยและอร่อยกว่า พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมคือ “กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง” เช่น พันธุ์นวลจันทร์ เพราะไส้กล้วยมีความแข็ง เชื่อมแล้วไม่เละง่าย

Read More

เคล็ดลับการทำขนมกล้วย

กล้วย สำหรับนำมาทำขนมเมนูนี้ ต้องเลือกใช้ กล้วยสุก กล้วยสุก เนื้อกล้วยจะอ่อน เละง่าย ให้รสหวาน
มะพร้าวขูด ให้นำไปนึ่งก่อน เนื่องจากมะพร้าวนึ่ง จะทำให้เนื้อมะพร้าวไม่เสียง่าย
การผสมแป้ง สำหรับนำมาทำขนม ต้องเป็นส่วนผสมของ แป้ง 3 ชนิด คือ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า และ แป้งท้าวยายม้อม การผสมแป้งนั้น เป็นขั้นตอนสำคัญ หาก แป้งข้าวจ้าว มากเกินไป ขนมจะไม่จับตัว และ แตกง่าย หากแป้งมันมากเกินไป ขนมจะไม่เป็นก้อน จะเละ หากแป้งท้าวยายม้อมมากไป จะทำให้ขนมไม่นิ่ม
กะทิ สำหรับนำมาทำขนมหวาน ให้ใช้น้ำกะทิคั้นสด น้ำกะทิที่คั้นสดๆ จะให้ความหวานหอม และ มันแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับนำมาทำขนม
ขนมกล้วย เป็น ขนมไทยยอดนิยม ที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ มักจะขายในร้านขนนมไทย ทานคู่กับ ขนมมันสำปะหลังเชื่อม และ ขนมฟักทอง ขนมชนิดนี้ ทำจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมี กล้วยน้ำว้าสุกงอม แป้งข้าวเจ้า และ น้ำตาลทราย นำมาคลุกเคล้าและนวดให้เข้ากัน

Read More

จาวตาล
เกิดจากผลแก่จัดของต้นตาลตัวเมีย เมื่อผลหล่นลงมาชาวบ้านจะเก็บรวบรวมกองไว้ ต่อมาเมล็ดตาล (จากผลตาล)จะแทงส่วนที่คล้ายรากงอกออกมาลงสู่พื้นดิน เรียกว่า “งอกตาล” ส่วนปลายของงอกตาลมีคัพภะที่จะกลายเป็นต้นอ่อนของต้นตาลซึ่งจะเจริญเติบโตขึ้นและค่อย ๆ แทงยอดขึ้นมาตาม “งอกตาล” จนโผล่พ้นดินขึ้นมาและเจริญเติบโตเป็นต้นตาลต่อไป อนึ่ง “งอกตาล” นั้นไม่ใช่ราก มันทำหน้าที่ส่งคัพภะลงไปในดินและต่อมาทำหน้าที่เป็นปลอกหุ้มยอดอ่อน แล้วก็เปื่อยสลายไปภายในเวลาไม่นานนัก ส่วนรากที่แท้จริงจะออกจากฐานต้นอ่อนที่เจริญมาจากส่วนปลายของ “งอกตาล” อีกต่อหนึ่ง
จาวตาลนิยมนำไปเชื่อมรับประทานเป็นของหวาน ในการนี้ จะต้องใช้ความชำนาญผ่าเอาเปลือกแข็งชั้นนอก ซึ่งเปรียบเสมือนกะลามะพร้าวออกก่อน จากนั้นจะต้องผ่าเอาเปลือกชั้นรอง คือส่วนที่เป็นน้ำเพื่อขัดผิวนอกด้วยใบไผ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ใบซอ เพื่อให้เมือกหรือไคลหมดไปจนขาวสะอาด เมื่อสะเด็ดน้ำแล้ว นำลงกระทะทองเหลืองเชื่อมกับน้ำตาลทราย ต่อไปก็จะได้ “จาวตาลเชื่อม” หรือนิยมเรียกกันว่า “ลูกตาลเชื่อม”

Read More