“แกงรัญจวน” เป็นอาหารชาววังที่มีมาแต่โบราณ เจ้าของสูตรต้นตำรับคือ ท่านหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ มีบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ท่านได้ปรุง “แกงรัญจวน” ขึ้นมาในวัง ซึ่งก็มีเครื่องปรุงที่สำคัญ อันได้แก่ น้ำพริกกะปิ ในสมัยโบราณนั้น เจ้านายพระองค์ต่าง ๆ มักจะเสวยอาหารอย่างละนิดละหน่อยเท่านั้น ทำให้กับข้าวซึ่งส่วนมากที่เป็นเนื้อหลงเหลืออยู่เยอะ ซึ่งท่านหม่อมหลวงเนื่อง จะไม่ทิ้งอาหาร เพราะเป็นการกินทิ้งกินขว้าง ฝ่ายห้องครัวจึงนำเนื้อที่เหลือจากสำรับเสวยมาปรุงรส น้ำพริกกะปิที่ท่าน ม.ล.เนื่อง นำมาปรุงแกงรัญจวน ก็ใช้น้ำพริกกะปิถ้วยเก่า ที่เหลือจากการกินในมื้อก่อน ๆ ทำให้เกิดอาหารที่ชื่อ “แกงรัญจวน” ขึ้นมา

วัตถุดิบ
* เนื้อวัวหั่นพอดีคำ 1 ถ้วยตวง
* โหระพาเด็ดใบ 1 ต้น
* ตะไคร้ซอย 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
* หัวหอมแดง 6 หัว
* พริกขี้หนูสวนบุบ 4 เม็ด
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำพริกกะปิ 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 1½ ถ้วยตวง
* เกลือ 2 ช้อนชา
* ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด สำหรับตุ๋นเนื้อ

Read More

ส่วนผสมต้มยำกุ้งน้ำข้น

      • กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ 8 ตัว
      • ตะไคร้ 3 ต้น
      • หอมแดงหัวเล็ก 4-5 หัว
      • ข่า 1 แง่ง
      • ใบมะกรูด 2-3 ใบ
      • เห็ดฟาง 8-10 ชิ้น
      • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
      • กะทิสด 1+1/2 ถ้วยตวง
      • น้ำสต๊อก 2 ถ้วยตวง
      • พริกขี้หนูสวนโขลก 3 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
      • น้ำมะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
      • ผักชีฝรั่ง (สำหรับโรยหน้า)
      • พริกทอด (สำหรับโรยหน้า)

Read More

ผัดหัวหอมใหญ่ให้น่ากินด้วยเบกกิ้งโซดา

 โดยปกติแล้ว เวลาเราผัดหัวหอมใหญ่มักจะผัดกับน้ำมันหรือเนยธรรมดา และสีของมันก็ออกมาขาวซีดแถมยังมันวาวดูไม่น่ากินเท่าไรนัก ดังนั้น ให้คุณใส่เบกกิ้งโซดาขณะผัดหอมใหญ่ประมาณ 1/4 ช้อนโต๊ะค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สีสันของหอมหัวใหญ่มีสีเหลืองนวล เนื้อของมันก็จะนุ่มละมุนลิ้น ทำให้น่ากินมากขึ้นทันตาเลยเชียว

ปอกเปลือกกีวี่ง่ายๆด้วยช้อน

 ผลกีวีก่อนทานเราจะต้องปอกเปลือกออกให้หมดและสาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้วิธีปอกที่แสนง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงคุณนำมีดมาตัดบริเวณขั้วของมันออกไป จากนั้นนำช้อนมาเจาะคว้านบริเวณผิวเปลือกเพื่อเลาะเอาเปลือกของมันออก โดยค่อยๆ คว้านไปเรื่อยๆ จนเปลือกกีวีหลุดออกจนหมด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กีวีที่สวยน่ารับประทานแบบไร้เปลือกในเวลาพริบตาแล้ว

Read More

ส่วนผสม
* กะทิ 520 กรัม
* แป้งข้าวเจ้า 235 กรัม
* น้ำตาลทรายขาว 275 กรัม
* เนื้อลูกตาล 170 กรัม
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* ผงฟู (ดูวิธีใส่ในขั้นตอนทำขนม)
* มะพร้าวทึนทึกขูด

วิธีทำ
1. เราเริ่มจากเลือกลูกตาลที่สุกเต็มที่ กลิ่นหอมจัด
2. นำลูกตาลปอกเปลือกสีดำออกก่อน แล้วนำไปแช่น้ำให้เนื้อนิ่มก่อน
3. จากนั้นนำไปขูดเอาเนื้อตาล (อาจจะใช้ขูดกับก้นตะกร้าหรือภาชนะอย่างอื่นก็ได้ตามสะดวก)
4. ขูดนวด คั้น จนได้เนื้อตาลตามต้องการ
5. ควรกรองเศษกากเส้นใยตาลออกก่อน 1 รอบ
6. จากนั้นนำไปห่อด้วยผ้าขาว เพื่อทับน้ำให้หยดออกหมดก่อน
7. เอาเฉพาะเนื้อตาลสีเหลืองสวยๆ หอมๆ แบบนี้ค่ะ
8. เนื้อตาลที่ทับน้ำออก สามารถเก็บในตู้เย็นใช้ได้นานเป็นเดือน

Read More

ส่วนผสม
* เส้นหมี่ห่อเล็ก 1 ห่อ 400 กรัม
* เนื้อหมูหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 500 กรัม 
* กุ้งนาง 4 ตัว [มากน้อยตามชอบ] 
* เต้าหู้แข็งหั่นเล็ก ๆ 2 ชิ้น 
* ไข่เป็ด 2 ฟอง 
* ใบกุยช่ายหั่นท่อน 1 ถ้วยตวง 
* กระเทียมดองหั่นแว่น 1 ถ้วยตวง 
* ถั่วงอก 200 กรัม 
* พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 2 เม็ด 
* ผักชีเด็ดเป็นใบสักเล็กน้อย 
* ผลส้มซ่า 1 ลูก 
* หอมแดง 3 หัว 
* กระเทียม 3 กลีบ 

เครื่องน้ำปรุง
* น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ  
* เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ 
* ส้มมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำส้มซ่า 2 ช้อนโต๊ะ

Read More

ส่วนผสม
* กุ้งสด 250 กรัม
* กระเทียมแกะเปลือกสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูสวน ทุบพอแตก 3 ช้อนโต๊ะ
* ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
* ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีต้นเล็ก 1 ต้น

วิธีทำ
1. นำกุ้งมาล้างทำความสะอาด แกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นสีดำออก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งกะตะไฟกลาง ใส่น้ำมันให้ร้อนใส่กระเทียมลงไปพัก ผัดแค่พอส่งกลิ่นไม่ต้องเหลืองเติมพริกขี้หนูลงไป พัดให้ส่งกลิ่น

Read More

1. วิธีเก็บไข่สด
หากเปลือกไข่สกปรกควรเช็ดทำความสะอาดก่อน แต่ไม่ควรล้างน้ำเพราะจะทำให้ไข่เสียเร็ว ควรเอาด้านที่ป้านขึ้นและด้านแหลมลง ไข่แดงจะได้ลอยอยู่กลาง ๆ ไข่ เวลาตอกไข่แดงจะได้ไม่แตก ถ้าเก็บไว้อุณหภูมิห้อง ไม่เอาเข้าตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 7-10 วัน แต่ถ้าเอาเข้าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุได้ ประมาณ 14-30 วัน
2. วิธีเก็บปลาย่างแช่แข็งและปลาสด
ถ้าแช่แข็งมาแล้วก็แช่แข็งต่อได้ค่ะ แต่ระวังอย่าให้เสียอุณหภูมิระหว่างการเดินทาง ส่วนปลาสดก็ทำความสะอาดแล้วแบ่งเก็บเหมือนเนื้อสัตว์อื่น ส่วนอายุการเก็บนั้น ถ้าอยู่ในช่องแช่แข็ง -12 องศาเซลเซียส ถึง -18 องศาเซลเซียส อยู่ได้ถึง 6 เดือนค่ะ
3. วิธีเก็บไก่สดและไก่แช่แข็ง
ถ้าซื้อไก่สดมาควรแบ่งไว้สำหรับทำอาหารในแต่ละมื้อและเก็บใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะ เพราะเมื่อเอาออกมาแล้วควรใช้ให้หมดไปเลย และเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วัน สำหรับไก่สดที่นำไปแช่แข็งสามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าซื้อไก่แช่แข็งมาเลยก็สามารถแช่แข็งได้ตามอายุ

Read More

เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวหน้านวล

  • ข้าวเหนียว สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูจากเชียงราย เป็น ข้าวเหนียวใหม่ เนื่องจาก ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องเละหน่อย ข้าวเป็นก้อน ไม่แข็งเกินไป นำกะทิราดหน้าเนื้อเนียน
  • กะทิ ที่ใช้สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องให้น้ำกะทิคั้นสดๆ น้ำกะทิ ต้องปรุงรสใส่เกลือ เพื่อลดความมัน และ เพิ่มความกลมกล่อมให้กับกะทิ สำหรับ ข้าวเหนียวหน้านวล กะทิต้องผสมแป้ง เพื่อให้ กะทิเซ็ดตัวบนข้าวเหนียวนึ่ง
  • ถั่วดำ ให้ คัดเอาถั่วเสียออกก่อนนำมาทำขนม โดย วิธีคัดถั่วดำ ให้นำไปแช่น้ำ ถั่วดำที่เสียจะลอยน้ำ ถั่วดำที่เสียจะทำให้รสชาติอาหารเสีย ให้เอาออก อย่าเสียดาย
  • การแต่งหน้าข้าวเหนียวหน้านวล สามารถให้อะไรก็ได้ตามใจชอย เป็น ขนมไทย ที่มีรสหวาน แต่ ทองหยิบ ทองหยอด เหมาะสำหรับแต่งหน้า ขนมหน้านวล

Read More

ทำไมกล้วยน้ำว้าเชื่อมถึงมีสีแดง

การที่กล้วยน้ำว่าเชื่อมเป็นสีแดงนั้นเกิดจากปฏิกริยาทางเคมีของกล้วยน้ำว้ากับความร้อน ตัวกล้วยน้ำว้ามีความเป็นกรด และมีสารพิเศษตัวหนึ่งชื่อว่า “condensed tannin” สารตัวนี้ให้รสฝาดนั่นเอง เมื่อเจ้าสารแทนนินตัวนี้อยู่ในสภาวะกรดที่ร้อนนานๆ ก็จะเกิด tannin red ให้สีแดงในกล้วยน้ำว้าเชื่อม ยิ่งอุณหภูมิสูงมากและเวลาเชื่อมนานขึ้น กล้วยน้ำว้าเชื่อมจะยิ่งแดงเข้มมากขึ้นการที่กล้วยไข่เชื่อมไม่แดงเพราะกล้วยไข่มีแทนนินน้อยมากหรือไม่มีนั่นเอง

เคล็ดลับ
1. เลือกกล้วยน้ำว้าที่ห่าม แบบที่ยังเขียวๆเหลืองๆ เพราะมีสารแทนนินสูงกว่าแบบสุก กล้วยดิบมีแทนนินสูงกว่ากล้วยห่ามจริง แต่มีความเป็นกรดน้อย เวลาปอกเปลือกก็ลำบากและเชื่อมแล้วเนื้อแข็งไป ส่วนกล้วยสุกมากแล้วมีแทนนินในปริมาณที่น้อย เอาไปเชื่อมนอกจะไม่แดงมากแล้วยังเละด้วย แต่กล้วยที่เลยห่ามมาทางสุกหน่อยๆยังเชื่อมให้แดงและอร่อยได้นะคะ โดยนำไปแช่ในน้ำปูนใสเพื่อให้กล้วยไม่เละตอนเชื่อม

2. พันธุ์กล้วยน้ำว้า แม้ว่าสามารถนำมาเชื่อมได้ทุกพันธุ์แต่จะมีบางพันธุ์เอามาเชื่อมแล้วสวยและอร่อยกว่า พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมคือ “กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง” เช่น พันธุ์นวลจันทร์ เพราะไส้กล้วยมีความแข็ง เชื่อมแล้วไม่เละง่าย

Read More

 การใช้น้ำตาลประกอบด้วยการเชื่อมการกวนการแช่อิ่มการทำแยม
เป็นการถนอมอาหารโดยการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ช่วยทำให้เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย ซึ่งมีหลายวิธี ดังนี้

1. การเชื่อมการใช้น้ำและน้ำตาลใส่ภาชนะตั้งไฟเคี่ยวให้น้ำตาลละลายเหนียวจนเป็นน้ำเชื่อมก่อน จากนั้นจึงใส่อาหารลงเคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน ๆ จนอาหารนั้นอิ่มชุ่มด้วยน้ำเชื่อม อาหารที่นิยมนำมาเชื่อม ได้แก่ กล้วย เผือก มัน มะยม ฟักทอง เป็นต้น การเชื่อมแบ่งออกได้ 3 วิธี ได้แก่

  • การเชื่อมแบบธรรมดา จะใช้น้ำตาลไปคลุกเคล้าหรือผสมในอาหารที่ต้องการ เพื่อให้น้ำตาลไปยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร ทำให้อาหารยังคงสภาพอยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย เช่น ลูกตาลเชื่อม กล้วยเชื่อม เป็นต้น
  • การเชื่อมแบบแช่อิ่ม การนำเอาผักหรือผลไม้ไปแช่ในน้ำเชื่อม เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่ผักหรือผลไม้ จนกระทั่งเกิดการอิ่มตัว แล้วจึงเอาผักหรือผลไม้ลงแช่ ปรับเพิ่มความเข้มข้นตามความต้องการ ผลไม้ที่นิยมนำมาแช่อิ่ม เช่น มะม่วง มะขาม มะกอก มะยม เป็นต้น
  • การเชื่อมโดยการฉาบ เคี่ยวน้ำตาลให้เป็นน้ำเชื่อมจนเป็นเกล็ด แล้วเทลงผสมคลุกเคล้ากับของที่ทอดไว้ ทิ้งไว้ให้เย็นจนน้ำเชื่อมเกาะเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิวอาหารที่ฉาบ นิยมใช้กับผักหรือผลไม้ เช่น เผือกทอด มันทอด กล้วยทอด เป็นต้น

Read More