ผัดหัวหอมใหญ่ให้น่ากินด้วยเบกกิ้งโซดา

 โดยปกติแล้ว เวลาเราผัดหัวหอมใหญ่มักจะผัดกับน้ำมันหรือเนยธรรมดา และสีของมันก็ออกมาขาวซีดแถมยังมันวาวดูไม่น่ากินเท่าไรนัก ดังนั้น ให้คุณใส่เบกกิ้งโซดาขณะผัดหอมใหญ่ประมาณ 1/4 ช้อนโต๊ะค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สีสันของหอมหัวใหญ่มีสีเหลืองนวล เนื้อของมันก็จะนุ่มละมุนลิ้น ทำให้น่ากินมากขึ้นทันตาเลยเชียว

ปอกเปลือกกีวี่ง่ายๆด้วยช้อน

 ผลกีวีก่อนทานเราจะต้องปอกเปลือกออกให้หมดและสาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้วิธีปอกที่แสนง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงคุณนำมีดมาตัดบริเวณขั้วของมันออกไป จากนั้นนำช้อนมาเจาะคว้านบริเวณผิวเปลือกเพื่อเลาะเอาเปลือกของมันออก โดยค่อยๆ คว้านไปเรื่อยๆ จนเปลือกกีวีหลุดออกจนหมด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กีวีที่สวยน่ารับประทานแบบไร้เปลือกในเวลาพริบตาแล้ว

Read More

ส่วนผสม
* กะทิ 520 กรัม
* แป้งข้าวเจ้า 235 กรัม
* น้ำตาลทรายขาว 275 กรัม
* เนื้อลูกตาล 170 กรัม
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* ผงฟู (ดูวิธีใส่ในขั้นตอนทำขนม)
* มะพร้าวทึนทึกขูด

วิธีทำ
1. เราเริ่มจากเลือกลูกตาลที่สุกเต็มที่ กลิ่นหอมจัด
2. นำลูกตาลปอกเปลือกสีดำออกก่อน แล้วนำไปแช่น้ำให้เนื้อนิ่มก่อน
3. จากนั้นนำไปขูดเอาเนื้อตาล (อาจจะใช้ขูดกับก้นตะกร้าหรือภาชนะอย่างอื่นก็ได้ตามสะดวก)
4. ขูดนวด คั้น จนได้เนื้อตาลตามต้องการ
5. ควรกรองเศษกากเส้นใยตาลออกก่อน 1 รอบ
6. จากนั้นนำไปห่อด้วยผ้าขาว เพื่อทับน้ำให้หยดออกหมดก่อน
7. เอาเฉพาะเนื้อตาลสีเหลืองสวยๆ หอมๆ แบบนี้ค่ะ
8. เนื้อตาลที่ทับน้ำออก สามารถเก็บในตู้เย็นใช้ได้นานเป็นเดือน

Read More

ส่วนผสม
* เส้นหมี่ห่อเล็ก 1 ห่อ 400 กรัม
* เนื้อหมูหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 500 กรัม 
* กุ้งนาง 4 ตัว [มากน้อยตามชอบ] 
* เต้าหู้แข็งหั่นเล็ก ๆ 2 ชิ้น 
* ไข่เป็ด 2 ฟอง 
* ใบกุยช่ายหั่นท่อน 1 ถ้วยตวง 
* กระเทียมดองหั่นแว่น 1 ถ้วยตวง 
* ถั่วงอก 200 กรัม 
* พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 2 เม็ด 
* ผักชีเด็ดเป็นใบสักเล็กน้อย 
* ผลส้มซ่า 1 ลูก 
* หอมแดง 3 หัว 
* กระเทียม 3 กลีบ 

เครื่องน้ำปรุง
* น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ  
* เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ 
* ส้มมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
* น้ำส้มซ่า 2 ช้อนโต๊ะ

Read More

ส่วนผสม
* กุ้งสด 250 กรัม
* กระเทียมแกะเปลือกสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูสวน ทุบพอแตก 3 ช้อนโต๊ะ
* ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
* ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีต้นเล็ก 1 ต้น

วิธีทำ
1. นำกุ้งมาล้างทำความสะอาด แกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นสีดำออก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งกะตะไฟกลาง ใส่น้ำมันให้ร้อนใส่กระเทียมลงไปพัก ผัดแค่พอส่งกลิ่นไม่ต้องเหลืองเติมพริกขี้หนูลงไป พัดให้ส่งกลิ่น

Read More

1. วิธีเก็บไข่สด
หากเปลือกไข่สกปรกควรเช็ดทำความสะอาดก่อน แต่ไม่ควรล้างน้ำเพราะจะทำให้ไข่เสียเร็ว ควรเอาด้านที่ป้านขึ้นและด้านแหลมลง ไข่แดงจะได้ลอยอยู่กลาง ๆ ไข่ เวลาตอกไข่แดงจะได้ไม่แตก ถ้าเก็บไว้อุณหภูมิห้อง ไม่เอาเข้าตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 7-10 วัน แต่ถ้าเอาเข้าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุได้ ประมาณ 14-30 วัน
2. วิธีเก็บปลาย่างแช่แข็งและปลาสด
ถ้าแช่แข็งมาแล้วก็แช่แข็งต่อได้ค่ะ แต่ระวังอย่าให้เสียอุณหภูมิระหว่างการเดินทาง ส่วนปลาสดก็ทำความสะอาดแล้วแบ่งเก็บเหมือนเนื้อสัตว์อื่น ส่วนอายุการเก็บนั้น ถ้าอยู่ในช่องแช่แข็ง -12 องศาเซลเซียส ถึง -18 องศาเซลเซียส อยู่ได้ถึง 6 เดือนค่ะ
3. วิธีเก็บไก่สดและไก่แช่แข็ง
ถ้าซื้อไก่สดมาควรแบ่งไว้สำหรับทำอาหารในแต่ละมื้อและเก็บใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะ เพราะเมื่อเอาออกมาแล้วควรใช้ให้หมดไปเลย และเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 2-3 วัน สำหรับไก่สดที่นำไปแช่แข็งสามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าซื้อไก่แช่แข็งมาเลยก็สามารถแช่แข็งได้ตามอายุ

Read More

เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวหน้านวล

  • ข้าวเหนียว สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูจากเชียงราย เป็น ข้าวเหนียวใหม่ เนื่องจาก ข้าวเหนียวสำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องเละหน่อย ข้าวเป็นก้อน ไม่แข็งเกินไป นำกะทิราดหน้าเนื้อเนียน
  • กะทิ ที่ใช้สำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล ต้องให้น้ำกะทิคั้นสดๆ น้ำกะทิ ต้องปรุงรสใส่เกลือ เพื่อลดความมัน และ เพิ่มความกลมกล่อมให้กับกะทิ สำหรับ ข้าวเหนียวหน้านวล กะทิต้องผสมแป้ง เพื่อให้ กะทิเซ็ดตัวบนข้าวเหนียวนึ่ง
  • ถั่วดำ ให้ คัดเอาถั่วเสียออกก่อนนำมาทำขนม โดย วิธีคัดถั่วดำ ให้นำไปแช่น้ำ ถั่วดำที่เสียจะลอยน้ำ ถั่วดำที่เสียจะทำให้รสชาติอาหารเสีย ให้เอาออก อย่าเสียดาย
  • การแต่งหน้าข้าวเหนียวหน้านวล สามารถให้อะไรก็ได้ตามใจชอย เป็น ขนมไทย ที่มีรสหวาน แต่ ทองหยิบ ทองหยอด เหมาะสำหรับแต่งหน้า ขนมหน้านวล

Read More

ทำไมกล้วยน้ำว้าเชื่อมถึงมีสีแดง

การที่กล้วยน้ำว่าเชื่อมเป็นสีแดงนั้นเกิดจากปฏิกริยาทางเคมีของกล้วยน้ำว้ากับความร้อน ตัวกล้วยน้ำว้ามีความเป็นกรด และมีสารพิเศษตัวหนึ่งชื่อว่า “condensed tannin” สารตัวนี้ให้รสฝาดนั่นเอง เมื่อเจ้าสารแทนนินตัวนี้อยู่ในสภาวะกรดที่ร้อนนานๆ ก็จะเกิด tannin red ให้สีแดงในกล้วยน้ำว้าเชื่อม ยิ่งอุณหภูมิสูงมากและเวลาเชื่อมนานขึ้น กล้วยน้ำว้าเชื่อมจะยิ่งแดงเข้มมากขึ้นการที่กล้วยไข่เชื่อมไม่แดงเพราะกล้วยไข่มีแทนนินน้อยมากหรือไม่มีนั่นเอง

เคล็ดลับ
1. เลือกกล้วยน้ำว้าที่ห่าม แบบที่ยังเขียวๆเหลืองๆ เพราะมีสารแทนนินสูงกว่าแบบสุก กล้วยดิบมีแทนนินสูงกว่ากล้วยห่ามจริง แต่มีความเป็นกรดน้อย เวลาปอกเปลือกก็ลำบากและเชื่อมแล้วเนื้อแข็งไป ส่วนกล้วยสุกมากแล้วมีแทนนินในปริมาณที่น้อย เอาไปเชื่อมนอกจะไม่แดงมากแล้วยังเละด้วย แต่กล้วยที่เลยห่ามมาทางสุกหน่อยๆยังเชื่อมให้แดงและอร่อยได้นะคะ โดยนำไปแช่ในน้ำปูนใสเพื่อให้กล้วยไม่เละตอนเชื่อม

2. พันธุ์กล้วยน้ำว้า แม้ว่าสามารถนำมาเชื่อมได้ทุกพันธุ์แต่จะมีบางพันธุ์เอามาเชื่อมแล้วสวยและอร่อยกว่า พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมคือ “กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง” เช่น พันธุ์นวลจันทร์ เพราะไส้กล้วยมีความแข็ง เชื่อมแล้วไม่เละง่าย

Read More

 การใช้น้ำตาลประกอบด้วยการเชื่อมการกวนการแช่อิ่มการทำแยม
เป็นการถนอมอาหารโดยการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ช่วยทำให้เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย ซึ่งมีหลายวิธี ดังนี้

1. การเชื่อมการใช้น้ำและน้ำตาลใส่ภาชนะตั้งไฟเคี่ยวให้น้ำตาลละลายเหนียวจนเป็นน้ำเชื่อมก่อน จากนั้นจึงใส่อาหารลงเคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน ๆ จนอาหารนั้นอิ่มชุ่มด้วยน้ำเชื่อม อาหารที่นิยมนำมาเชื่อม ได้แก่ กล้วย เผือก มัน มะยม ฟักทอง เป็นต้น การเชื่อมแบ่งออกได้ 3 วิธี ได้แก่

  • การเชื่อมแบบธรรมดา จะใช้น้ำตาลไปคลุกเคล้าหรือผสมในอาหารที่ต้องการ เพื่อให้น้ำตาลไปยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร ทำให้อาหารยังคงสภาพอยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย เช่น ลูกตาลเชื่อม กล้วยเชื่อม เป็นต้น
  • การเชื่อมแบบแช่อิ่ม การนำเอาผักหรือผลไม้ไปแช่ในน้ำเชื่อม เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่ผักหรือผลไม้ จนกระทั่งเกิดการอิ่มตัว แล้วจึงเอาผักหรือผลไม้ลงแช่ ปรับเพิ่มความเข้มข้นตามความต้องการ ผลไม้ที่นิยมนำมาแช่อิ่ม เช่น มะม่วง มะขาม มะกอก มะยม เป็นต้น
  • การเชื่อมโดยการฉาบ เคี่ยวน้ำตาลให้เป็นน้ำเชื่อมจนเป็นเกล็ด แล้วเทลงผสมคลุกเคล้ากับของที่ทอดไว้ ทิ้งไว้ให้เย็นจนน้ำเชื่อมเกาะเป็นเกล็ดติดอยู่บนผิวอาหารที่ฉาบ นิยมใช้กับผักหรือผลไม้ เช่น เผือกทอด มันทอด กล้วยทอด เป็นต้น

Read More

เคล็ดลับการทำขนมกล้วย

กล้วย สำหรับนำมาทำขนมเมนูนี้ ต้องเลือกใช้ กล้วยสุก กล้วยสุก เนื้อกล้วยจะอ่อน เละง่าย ให้รสหวาน
มะพร้าวขูด ให้นำไปนึ่งก่อน เนื่องจากมะพร้าวนึ่ง จะทำให้เนื้อมะพร้าวไม่เสียง่าย
การผสมแป้ง สำหรับนำมาทำขนม ต้องเป็นส่วนผสมของ แป้ง 3 ชนิด คือ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า และ แป้งท้าวยายม้อม การผสมแป้งนั้น เป็นขั้นตอนสำคัญ หาก แป้งข้าวจ้าว มากเกินไป ขนมจะไม่จับตัว และ แตกง่าย หากแป้งมันมากเกินไป ขนมจะไม่เป็นก้อน จะเละ หากแป้งท้าวยายม้อมมากไป จะทำให้ขนมไม่นิ่ม
กะทิ สำหรับนำมาทำขนมหวาน ให้ใช้น้ำกะทิคั้นสด น้ำกะทิที่คั้นสดๆ จะให้ความหวานหอม และ มันแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับนำมาทำขนม
ขนมกล้วย เป็น ขนมไทยยอดนิยม ที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ มักจะขายในร้านขนนมไทย ทานคู่กับ ขนมมันสำปะหลังเชื่อม และ ขนมฟักทอง ขนมชนิดนี้ ทำจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมี กล้วยน้ำว้าสุกงอม แป้งข้าวเจ้า และ น้ำตาลทราย นำมาคลุกเคล้าและนวดให้เข้ากัน

Read More

จาวตาล
เกิดจากผลแก่จัดของต้นตาลตัวเมีย เมื่อผลหล่นลงมาชาวบ้านจะเก็บรวบรวมกองไว้ ต่อมาเมล็ดตาล (จากผลตาล)จะแทงส่วนที่คล้ายรากงอกออกมาลงสู่พื้นดิน เรียกว่า “งอกตาล” ส่วนปลายของงอกตาลมีคัพภะที่จะกลายเป็นต้นอ่อนของต้นตาลซึ่งจะเจริญเติบโตขึ้นและค่อย ๆ แทงยอดขึ้นมาตาม “งอกตาล” จนโผล่พ้นดินขึ้นมาและเจริญเติบโตเป็นต้นตาลต่อไป อนึ่ง “งอกตาล” นั้นไม่ใช่ราก มันทำหน้าที่ส่งคัพภะลงไปในดินและต่อมาทำหน้าที่เป็นปลอกหุ้มยอดอ่อน แล้วก็เปื่อยสลายไปภายในเวลาไม่นานนัก ส่วนรากที่แท้จริงจะออกจากฐานต้นอ่อนที่เจริญมาจากส่วนปลายของ “งอกตาล” อีกต่อหนึ่ง
จาวตาลนิยมนำไปเชื่อมรับประทานเป็นของหวาน ในการนี้ จะต้องใช้ความชำนาญผ่าเอาเปลือกแข็งชั้นนอก ซึ่งเปรียบเสมือนกะลามะพร้าวออกก่อน จากนั้นจะต้องผ่าเอาเปลือกชั้นรอง คือส่วนที่เป็นน้ำเพื่อขัดผิวนอกด้วยใบไผ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ใบซอ เพื่อให้เมือกหรือไคลหมดไปจนขาวสะอาด เมื่อสะเด็ดน้ำแล้ว นำลงกระทะทองเหลืองเชื่อมกับน้ำตาลทราย ต่อไปก็จะได้ “จาวตาลเชื่อม” หรือนิยมเรียกกันว่า “ลูกตาลเชื่อม”

Read More